The Applied Positive Psychology Initiative

คำว่า “เชิงบวก” ในทางจิตวิทยาเชิงบวก หมายถึงอะไร

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อไม่ถึงสองทศวรรษก่อน จิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ได้สร้างผลกระทบอย่างน่าทึ่งต่อวงการจิตวิทยา ทั้งในเรื่องอารมณ์เชิงบวก จุดแข็ง การมีส่วนร่วม และการให้ความหมายของชีวิต (Donaldson, Dollwet, & Rao, 2015; Rusk & Waters, 2013)

แนวคิดนี้ได้เปลี่ยนวิธีทำงานของผู้คนในหลายอาชีพ ทั้งนักจิตวิทยา นักการศึกษา ครู ที่ปรึกษาธุรกิจ แพทย์ และทนายความ ที่นำผลการวิจัยทางจิตวิทยาเชิงบวกไปประยุกต์ใช้กับงานของตน (Seligman, 2011; Pawelski, 2013) สะท้อนว่าวันนี้จิตวิทยาเชิงบวกถูกใช้อย่างกว้างขวางเพียงใด แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือ — แล้วคำว่า “เชิงบวก” ในที่นี้ แท้จริงหมายถึงอะไร?

จิตวิทยาเชิงบวก คืออะไร?

นักวิชาการหลายท่าน เช่น Kennon Sheldon, Barbara Fredrickson, Kevin Rathunde, Mihaly Csikszentmihalyi และ Jonathan Haidt ได้ให้นิยามของจิตวิทยาเชิงบวกไว้ว่า คือ

“การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการทำงานของมนุษย์ในแบบที่ดีที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาและส่งเสริมปัจจัยที่ช่วยให้บุคคลและชุมชนเจริญงอกงาม”

Csikszentmihalyi และ Nakamura (2011) ยังชี้ให้เห็นความสำคัญของขอบเขตในการศึกษา โดยมองว่าจิตวิทยาเชิงบวกคือการศึกษา “โครงสร้างพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ที่ดี” ซึ่งต้องอาศัยการจัดวางกรอบความคิดและการให้คุณค่าอย่างตั้งใจ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ

มี “เชิงบวก” แล้วมี “เชิงลบ” ไหม?

คำถามที่พบบ่อยคือ ถ้ามีจิตวิทยา “เชิงบวก” แปลว่าอารมณ์หรือมุมมอง “เชิงลบ” เป็นเรื่องไม่ดีหรือเปล่า? Seligman และ Csikszentmihalyi (2000) อธิบายว่า จริง ๆ แล้วจิตวิทยาเชิงบวกไม่ได้มาแทนที่หรือปฏิเสธด้านลบ แต่เป็น “ส่วนเติมเต็ม” ที่ขาดหายไปของจิตวิทยากระแสหลัก

พวกเขาอธิบายว่า เหตุที่จิตวิทยาในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 มุ่งเน้นด้านลบเป็นหลัก มาจากหลายปัจจัย:

  • เชิงเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ — หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการจ้างนักจิตวิทยาจำนวนมากเพื่อรักษาทหารผ่านศึก และการตั้งสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติทำให้ทุนวิจัยส่วนใหญ่ไหลไปทางการรักษาโรคทางจิต
  • เชิงวิวัฒนาการ — อารมณ์เชิงลบมักมี “ความเร่งด่วน” สูงกว่า เพราะมันช่วยให้เราระแวดระวังและเอาตัวรอดจากอันตรายเฉพาะหน้าได้
  • เชิงวัฒนธรรม — ในยามที่สังคมเผชิญภัยคุกคาม ความขาดแคลน หรือความไม่แน่นอน วัฒนธรรมมักหันไปโฟกัสด้านลบเพื่อปกป้องตัวเอง และจะหันมาสนใจ “สิ่งที่ทำให้ชีวิตคุ้มค่า” ก็ต่อเมื่อมีความมั่นคงและสันติภาพมากพอ

สรุปคือ “เชิงลบ” ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไป แต่เป็นการตอบสนองต่อความเร่งด่วนและอันตราย ซึ่งบางครั้งก็จำเป็นต่อการอยู่รอด จิตวิทยาเชิงบวกเพียงชวนให้เรา “สมดุล” มากขึ้น โดยไม่ลืมพัฒนาด้านที่ทำให้ชีวิตงอกงามด้วย

เป้าหมายของจิตวิทยาเชิงบวก คืออะไร?

Seligman และ Csikszentmihalyi เขียนถึงเป้าหมายของจิตวิทยาเชิงบวกไว้ว่า คือการ

“กระตุ้นให้จิตวิทยาเปลี่ยนจุดสนใจ — จากการหมกมุ่นกับการซ่อมแซมสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ไปสู่การสร้างคุณภาพเชิงบวกขึ้นมาแทน”

พวกเขาย้ำว่า จิตวิทยาไม่ได้เป็นเพียงการศึกษาพยาธิสภาพ จุดอ่อน และความเสียหาย แต่ยังเป็นการศึกษา “พละกำลังและคุณธรรม” ของมนุษย์ด้วย การเยียวยาที่ดีไม่ได้แค่ซ่อมสิ่งที่พัง แต่ยังหล่อเลี้ยงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคนให้เติบโต เพราะแท้จริงแล้วจิตวิทยา “เกี่ยวกับการศึกษา การทำงาน ความรัก การเติบโต และการเล่น” มากกว่าจะเป็นเพียงสาขาการแพทย์ที่ว่าด้วยความเจ็บป่วย

จิตวิทยาเชิงบวกเน้นอะไรบ้าง? — 5 หลักคิดของ Seligman

Seligman มองว่าการที่จิตวิทยากลายเป็น “ศาสตร์แห่งการซ่อมแซมความเสียหาย” แม้จะให้ผลสำคัญ (เช่น สามารถรักษาความผิดปกติทางจิตได้ถึง 14 ประการในรอบ 50 ปี) แต่ก็ทำให้ขอบเขตของจิตวิทยาแคบลงโดยไม่จำเป็น เขาจึงเสนอ 5 หลักคิดสำคัญ

  1. 1
    ไม่ควรเน้นแต่ด้านลบ แต่ควรให้ความสำคัญกับ ด้านบวก ของมนุษย์ควบคู่กันไป
  2. 2
    ศึกษา คุณสมบัติที่ดีที่สุดของบุคคล เช่น การมองโลกในแง่ดี ความกล้าหาญ จริยธรรมในการทำงาน การคิดถึงอนาคต ทักษะความสัมพันธ์ และความสามารถในการเพลิดเพลินกับชีวิต
  3. 3
    ไม่ได้ช่วยเฉพาะ “ผู้ป่วย” แต่ศึกษาว่า คนทั่วไปจะเติบโตงอกงามได้อย่างไร ภายใต้เงื่อนไขที่เกื้อกูล เพื่อทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น ไม่ใช่แค่บรรเทาความทุกข์
  4. 4
    วิธีการต่างจากจิตวิทยากระแสหลักที่เน้น “รักษา” และ “ซ่อมแซม” โดยหันมา สร้างคุณภาพที่ดีที่สุดของบุคคล และสร้างสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด
  5. 5
    เชื่อมโยงกับ ปรัชญาว่าด้วย “ชีวิตที่ดี” เพื่อแสดงให้เห็นว่าการกระทำแบบใดนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล ชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง และสังคมที่ยุติธรรม

นี่จึงเป็นหัวใจของคำว่า “เชิงบวก” — ไม่ใช่การมองโลกแบบปฏิเสธความจริงหรือฝืนยิ้มตลอดเวลา แต่คือการเลือก ศึกษาและสร้างสิ่งที่ทำให้มนุษย์งอกงาม ควบคู่ไปกับการเข้าใจด้านลบอย่างที่มันเป็น

สรุปและเรียบเรียงโดย รสรณ์รดี ภาคภากร · Life Education (Thailand)

เอกสารอ้างอิง

Pawelski, J. O. (2016). Defining the ‘positive’ in positive psychology: Part I & II. The Journal of Positive Psychology, 11, 339–356, 357–365.

Seligman, M. E. P., & Csikszentmihalyi, M. (2000). Positive psychology: An introduction. American Psychologist, 55(1).

Donaldson, S. I., Dollwet, M., & Rao, M. A. (2015); Rusk, R. D., & Waters, L. (2013); Csikszentmihalyi & Nakamura (2011); Seligman, M. E. P. (2011).

June 18, 2026

0 responses on "คำว่า "เชิงบวก" ในทางจิตวิทยาเชิงบวก หมายถึงอะไร"

Leave a Message

Your email address will not be published. Required fields are marked *