The Applied Positive Psychology Initiative

การเดินทางของวิชาชีวิต สู่โรงเรียนวัดคู้บอน ตอนที่ 4 : เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ถ้าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง…อะไรที่เราคิดว่า
จะมีส่วนทำให้เด็กบางคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

สถานการณ์การทำร้ายกันทั้งทางร่างกาย และด้านจิตใจกันในห้องเรียน กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั้งในต่างประเทศ และประเทศไทย ซึ่งความรุนแรงเหล่านี้ถูกแปลงออกมาเป็นปัญหาที่ใหญ่ และซับซ้อนมากขึ้นเมื่อผู้ใหญ่มองไม่เห็น และไม่ได้ทำอะไรกับสถานการณ์ตรงหน้าของเด็กๆ ในบางครั้งการแกล้งกันในชั้นเรียน ได้นำความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาสู่ครอบครัวและใครอีกหลายคน…เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ทั้งการฆ่าตัวตาย การฆ่าเพื่อน ฯลฯ

วันนี้ วิชาชีวิต ได้นำพาร่องรอยของเด็กชายคนหนึ่งที่อายุเพียง 13 ปี กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ดูเหมือนว่าจะปลอดภัย ไร้กังวลใดๆ แต่อยู่มาวันหนึ่งเด็กชายคนนี้ได้ถูกรังแกจากเพื่อร่วมชั้นเรียน จนถึงภาวะที่เขามิอาจจะทนได้ เขาได้ไปบอกครู แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ถูกจัดการใดๆ ความบอบช้ำในจิตใจได้ทำให้เขาเลือกที่จะตัดสินใจ ฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งร่องรอยผ่านจดหมายที่อธิบายถึงความบอบช้ำที่เขาได้รับจากการรังแกในห้องเรียน

 

 

เรื่องราวนี้ได้ถูกนำมาให้เด็กได้ร่วมวิเคราะห์ ซึ่งระหว่างการวิเคราะห์เด็กมีความตั้งใจ แลกเปลี่ยน พูดคุยกันอย่างมาก หัวใจสามดวงที่มีไว้ให้เด็กเพื่อให้เขาได้เขียนเชิงสัญลักษณ์ ให้กับเด็กชายผู้จากไป เพื่อนๆผู้ร่วมชั้นเรียนที่มีส่วนกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และตัวพวกเขาเอง สัญลักษณ์รูปหัวใจที่เป็นกระดาษเหล่านี้แทบจะมีพื้นที่ไม่เพียงพอให้เด็กในห้องเรียนได้เขียนระบายถึงความรู้สึกของพวกเขา
บางส่วนจากจดหมายถึงเด็กชายผู้จากไป

 

“ขอบคุณที่ทิ้งบทเรียนไว้เพื่อให้เกิดการพัฒนา”
“หนูก็รู้สึกสงสารและเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ หนูอยากให้ก่อนที่เขายังไม่เสียชีวิต อยากให้เขาหาคำปรึกษาก่อน อีกอย่างหนูก็สงสารครอบครัวของน้องที่ต้องสูญเสียลูกชายอายุ 13 ปี ไป
ชาติหน้ามีจริงขอให้ครอบครัวนี้กลับมาสร้างความสุขด้วยกันอีกครั้ง”

 

 

บางส่วนจากจดหมายถึงตัวเอง
“ขอโทษเพื่อนทุกๆคน ที่เคยทำไม่ดีด้วย”
“เพื่อนกูรักมึงนะ ถึงแม้กูจะทำตัวไม่ดีบ้าง เอาแต่ใจบ้าง แต่พวกมึงก็ไม่เคยทิ้งกูเลย”

 

 

หลังจากได้เขียนจดหมายแล้ว กระบวนการก็นำพาให้เด็กๆเข้าสู่การตกผลึก เพื่อร่วมกันเลือกปัจจัยการรังแกกันที่เด็กไม่อยากให้เกิดขึ้นในห้องเรียนของพวกเขาโดยเด็ดขาด คัดเลือกจาก 12 เหลือ 3 ใบ… บางกลุ่มขอเลือกมากกว่า 3 ใบ เขาได้อธิบายถึงความรู้สึกกันภายในกลุ่มเพื่อให้เกิดการเลือกสิ่งที่เป็นฉันทามติของกลุ่ม…และผลที่ได้ ปัจจัยแรกที่อยากให้ถูกนำออกไปคือ “ล้อชื่อพ่อแม่” รองลงมามี 3 ปัจจัยเท่ากัน คือ “บังคับให้ยอมรับ-ทำสิ่งผิดๆแทน” “เล่นแรง เล่นสนุก แต่เพื่อนเจ็บ/อาย” “แบ่งเขา แบ่งเรา แบ่งพวก” ในช่วงนี้ ครูประจำชั้นได้ถูกสลับบทบาทให้ขึ้นมาเป็นผู้นำการพูดคุย นำกระบวนการกับน้องๆเพื่อให้เกิดฉันทามติร่วมกัน เกิดอัตลักษณ์ในการลดความรุนแรงในห้องเรียนร่วมกัน ด้วยข้อตกลงที่ทุกคนร่วมกันค้นหา และแลกเปลี่ยน

 

“ถ้าเรามองเห็นว่าเด็กคนไหนเมื่อทำอะไรผิดก็โทษดิน ฟ้า มหาสมุทร ให้รู้ว่าการปรับเปลี่ยนในตัวเขายังอยู่อีกไกล ต้องการวิธีการที่เพิ่มขึ้น หรือต่างออกไป…แต่หากเราเห็นว่าเด็กคนไหน เริ่มมองกลับมาที่ตัวเอง แบบนี้โอกาสรอดก็เริ่มจะเด่นชัด มองเห็นแสงสว่างแล้ว”

มุมมองจากป้ามล ที่ให้กับทีมวิจัยในขณะที่แลกเปลี่ยนหลังจบงานในวันนี้

 

 

บรรยากาศตอนท้ายของการทำกระบวนการ เป็นไปอย่างมีความสุข ทั้งครูและนักเรียน ห้องเรียนวิชาชีวิต คือห้องเรียนของพวกเขา ทุกคนแล้วในวันนี้ ?

 

June 19, 2018

0 responses on "การเดินทางของวิชาชีวิต สู่โรงเรียนวัดคู้บอน ตอนที่ 4 : เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

Leave a Message

Your email address will not be published. Required fields are marked *

top
LIFE EDUCATION (THAILAND) © ALL RIGHTS RESERVE 2019